วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
กลอนวันไหว้ครู
วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
กลอนวันไหว้ครู
วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
กลอนวันครู
วันครู
ขอน้อมจิตวันทาบูชาครู ขอเชิดชูปูชนีย์คุณมากล้น
ขอกตัญญูต่อครูทุกทุกคน ขอกุศลแห่งความดีคุ้มครองครู
ขอนบนิ้วบูชามากราบไหว้ คุณครูไทยทั้งหลายได้รับรู้
น้อมนำใจใส่ทูนเทิดและเชิดชู จากหนูๆนักเรียนเขียนอวยพร 
(นางสาวอนุสรา ชื่นอารมณ์ เลขที่ 45 ห้อง รปศ.531)
ทฤษฎีองค์การว่าด้วยหลักการบริหารการจัดการ ของ ลูเธอร์ กูลิค และ ลินดอลล์ เออร์วิก
(หลักการแบ่งงานตามประสิทธิภาพ)
เพื่อสะดวกในการทำหน้าที่ของแต่ละคน และเพื่อให้ทราบว่าแต่ละคนมีประสิทธิภาพด้านใดบ้าง เพื่อให้งานตรงกับคน นั้นๆ ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เหมือนกับงานรับเหมาก่อสร้างที่เคยเห็นกัน จะมีการแบ่งงานเป็นส่วนๆ คนที่ชำนาญด้านใดก็รับผิดชอบในด้านนั้นๆ
เช่น ช่างปูน ก็รับผิดชอบด้านปูน ส่วนคนที่เป็นช่างไม้ ก็รับผิดชอบเรื่องไม้ทั้งหมด เป็นต้น เพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับ ทฤษฎีองค์การว่าด้วยหลักการบริหารการจัดการ ของ ลูเธอร์ กูลิค และ ลินดอลล์ เออร์วิก
ว่าด้วยการแบ่งงาน ให้แต่ละคนทำภายในองค์กร
สรุป เป็นการแบ่งแยก หน้าที่ให้แต่ละคนทำภายในองค์กร แบ่งงานกันทำเฉพาะด้าน เพื่อให้ทราบว่าแต่ละคนถนัดเรื่องใดบ้าง และมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องอะไร
(น.ส.ขวัญฤทัย ภูมิลา) ร.ป.ศ 531 เลขที่ 7
(หลักการแบ่งงานตามประสิทธิภาพ)
เพื่อสะดวกในการทำหน้าที่ของแต่ละคน และเพื่อให้ทราบว่าแต่ละคนมีประสิทธิภาพด้านใดบ้าง เพื่อให้งานตรงกับคน นั้นๆ ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เหมือนกับงานรับเหมาก่อสร้างที่เคยเห็นกัน จะมีการแบ่งงานเป็นส่วนๆ คนที่ชำนาญด้านใดก็รับผิดชอบในด้านนั้นๆ
เช่น ช่างปูน ก็รับผิดชอบด้านปูน ส่วนคนที่เป็นช่างไม้ ก็รับผิดชอบเรื่องไม้ทั้งหมด เป็นต้น เพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับ ทฤษฎีองค์การว่าด้วยหลักการบริหารการจัดการ ของ ลูเธอร์ กูลิค และ ลินดอลล์ เออร์วิก
ว่าด้วยการแบ่งงาน ให้แต่ละคนทำภายในองค์กร
สรุป เป็นการแบ่งแยก หน้าที่ให้แต่ละคนทำภายในองค์กร แบ่งงานกันทำเฉพาะด้าน เพื่อให้ทราบว่าแต่ละคนถนัดเรื่องใดบ้าง และมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องอะไร
(น.ส.ขวัญฤทัย ภูมิลา) ร.ป.ศ 531 เลขที่ 7
วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ทำอย่างไรให้มีบุคลิกภาพที่ดี
ทฤษฎีพัฒนาการด้านบุคลิกภาพโดย คริส อาร์จิริส
นักวิชาการ คริส อาร์จิริสท่านได้เสนอทฤษฎี พัฒนาการบุคลิกภาพด้านต่างๆ 3 ประการ
1.ด้านมนุษย์ที่มีสุขภาพจิตดี เป็นกระบวนการที่เปลี่ยนจากคนเฉื่อยชาเป็นคนที่กระตือรือร้นในการทำงาน
คนที่ต้องพึ่งพาคนอื่นเป็นคนที่มีความเป็นอิสระอาศัยตัวเองเป็นหลัก
คนที่มีความสนใจที่ชั่วคราวเป็นคนที่มีความสนใจหนักแน่น
คนที่มองอะไรในระยะสั้นเป็นคนที่มีวิสัยทศน์
คนที่ไม่รู้จักตนเป็นคนที่รู้จักตนรู้จักควบคุมตัวเอง
อาจิริส เชื่อว่า มนุษย์ทุกคนควรมีโอกาสเท่ากันในการพัฒนาตัวเอง
2.ด้านการจัดองค์การแบบระบบราชการ เป็นการจัดโครงสร้างแบบเป็นทางการในรูปพีระมิด
เป็นอุปสรรคต่อการที่คนจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้
เป็นการจัดองค์การที่ไม่เปิดโอกาสให้คนใช้ความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่
เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการที่คนจะมีสุขภาพจิตแจ่มใส
สาเหตุเพื่อไม่เอื้ออำนวยต่อการเปิดโอการให้คนได้พัฒนาเป็นผู้ใหญ่
3.ด้านการออกแบบองค์การตามความคิดแบบระบบราชการหาใช้เป็นวิธีการออกแบบที่ส่งผลให้องค์การเกิดประสิทธิ์ผลไม่
เพราะคนงานที่พัฒนาเป็นผู้ใหญ่แล้วจะรู้สึกกระอักกระอ่วนและไม่สบายใจ
ดั้งนั้น การยึดถือทฤษฎีระบบราชการแบบดั้งเดิมย่อมเป็สิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อคนงานที่ป็นผู้ใหญ่
Ex.ในปัจจุบันมีคนที่ทำเฉื่อยชามาก เช่น
แอนเป็นคนที่ทำงานล่าช้า และมาสายในเวลาทำงาน
แอนจึงค้นหาแนวคิดที่จะนำมาปรับปรุงตัวเองให้เเป็นคนที่มีความรวดเร็วในการทำงาน
แอนจึงค้นพบทฤษฎีของ อาจิริส ที่เป็นกระบวนการที่เปลื่ยนจากคนเฉื่อยชาเป็นคนที่กระตือรือร้น
ในการทำงาน ซึ่งเป็นกระบวนการจาก คนที่ที่ต้องพึ่งพาคนอื่นเป็นคนที่มีความเป็นอิสระอาศัยตัวเองเป็นหลัก
และแอนจึงมีประสิทธิภาพในการทำงานและเป็นคนตรงต่อเวลามากขึ้น แอนจึงเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดี
คนที่ยังทำงานเฉื่อยชาสามารถนำทฤษฎีของ คริส อาร์จิริส ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
(น.ส พรพิมพ์ ทองร่วง เลขที่20 รปศ531)
นักวิชาการ คริส อาร์จิริสท่านได้เสนอทฤษฎี พัฒนาการบุคลิกภาพด้านต่างๆ 3 ประการ
1.ด้านมนุษย์ที่มีสุขภาพจิตดี เป็นกระบวนการที่เปลี่ยนจากคนเฉื่อยชาเป็นคนที่กระตือรือร้นในการทำงาน
คนที่ต้องพึ่งพาคนอื่นเป็นคนที่มีความเป็นอิสระอาศัยตัวเองเป็นหลัก
คนที่มีความสนใจที่ชั่วคราวเป็นคนที่มีความสนใจหนักแน่น
คนที่มองอะไรในระยะสั้นเป็นคนที่มีวิสัยทศน์
คนที่ไม่รู้จักตนเป็นคนที่รู้จักตนรู้จักควบคุมตัวเอง
อาจิริส เชื่อว่า มนุษย์ทุกคนควรมีโอกาสเท่ากันในการพัฒนาตัวเอง
2.ด้านการจัดองค์การแบบระบบราชการ เป็นการจัดโครงสร้างแบบเป็นทางการในรูปพีระมิด
เป็นอุปสรรคต่อการที่คนจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้
เป็นการจัดองค์การที่ไม่เปิดโอกาสให้คนใช้ความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่
เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการที่คนจะมีสุขภาพจิตแจ่มใส
สาเหตุเพื่อไม่เอื้ออำนวยต่อการเปิดโอการให้คนได้พัฒนาเป็นผู้ใหญ่
3.ด้านการออกแบบองค์การตามความคิดแบบระบบราชการหาใช้เป็นวิธีการออกแบบที่ส่งผลให้องค์การเกิดประสิทธิ์ผลไม่
เพราะคนงานที่พัฒนาเป็นผู้ใหญ่แล้วจะรู้สึกกระอักกระอ่วนและไม่สบายใจ
ดั้งนั้น การยึดถือทฤษฎีระบบราชการแบบดั้งเดิมย่อมเป็สิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อคนงานที่ป็นผู้ใหญ่
Ex.ในปัจจุบันมีคนที่ทำเฉื่อยชามาก เช่น
แอนเป็นคนที่ทำงานล่าช้า และมาสายในเวลาทำงาน
แอนจึงค้นหาแนวคิดที่จะนำมาปรับปรุงตัวเองให้เเป็นคนที่มีความรวดเร็วในการทำงาน
แอนจึงค้นพบทฤษฎีของ อาจิริส ที่เป็นกระบวนการที่เปลื่ยนจากคนเฉื่อยชาเป็นคนที่กระตือรือร้น
ในการทำงาน ซึ่งเป็นกระบวนการจาก คนที่ที่ต้องพึ่งพาคนอื่นเป็นคนที่มีความเป็นอิสระอาศัยตัวเองเป็นหลัก
และแอนจึงมีประสิทธิภาพในการทำงานและเป็นคนตรงต่อเวลามากขึ้น แอนจึงเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดี
คนที่ยังทำงานเฉื่อยชาสามารถนำทฤษฎีของ คริส อาร์จิริส ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
(น.ส พรพิมพ์ ทองร่วง เลขที่20 รปศ531)
วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
หลักการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ของ เฟรดเดอริค เทย์เลอร์ ( Frederick Taylor )
หลักการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ ของเฟรดเดอริค เทย์เลอร์ ได้เสนอความคิดเห็นในบทความชื่อ " The Pprinciple of Scientific Management" ว่าการบริหารงานตามหลักวิทยาศาสตร์การจัดการเป็นวิธีที่ดีกว่าการอาศัยหลักการความเคยชิน โดยเทย์เลอร์เชื่อว่าผู้บริหารมีหน้าที่ดังนี้
1. สร้างหลักการทำงานที่เป็นวิทยาศาสตร์สำหรับการทำงานในขั้นตอนต่างๆของงาน
2. คัดเลือกคนงานตามหลักกฎเกณฑ์วิทยาศาสตร์
3. พัฒนาคนงานให้เรียนรู้หลักการทำงานแบบวิทยาศาสตร์
4.สร้างบรรยากาศการร่วมมือระหว่างผู้บริหารกับคนงาน
ในการทำงานในสังคมหรือองค์กรต่างๆบนโลกจะต้องมีหลักการในการทำงาน ทั้งลูกน้องและเจ้านาย การตั้งหรือมีกฎเกณฑ์ในการทำงานเพื่อให้งานนั้นๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และจะต้องมีการเลือกสรรค์ บุคคลกับงานในหน้าที่ต่างๆให้เหมาะสมกับกายภาพของบุคคลนั้นๆ และสถานที่ทำงานก็ควรมีบรรยากาศที่น่าอยู่สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ Ex. ดิฉันเห็นการบริหารงานในโรงงานนำยางแถวบ้านของดิฉัน เขามีหลักในการบริหารงานในโรงงานทั้งผู้จัดการและคนงานทุกคน โรงงานนี้เลือกสรรค์ผู้ที่จะเข้ามาทำงานโดยเลือกตามความสามารถและประสบการณ์ของบุคคลนั้นๆ มีการจัดระบบการทำงานภายในโรงงาน จนทำให้ประสบผลสำเร็จและเป็นที่ไว้วางใจแก่ลูกค้า และทำให้ดิฉันนึกถึงหลักการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ของ เฟรดเดอริค เทย์เลอร์
ทุกๆองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ จำเป็นจะต้องมีระบบแบบแผนที่แน่นอน
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในหน่วยงานให้ดีขึ้น
( นางสาว อนุสรา ชื่นอารมณ์ เลขที่ 45 ห้อง รปศ.531 )
1. สร้างหลักการทำงานที่เป็นวิทยาศาสตร์สำหรับการทำงานในขั้นตอนต่างๆของงาน
2. คัดเลือกคนงานตามหลักกฎเกณฑ์วิทยาศาสตร์
3. พัฒนาคนงานให้เรียนรู้หลักการทำงานแบบวิทยาศาสตร์
4.สร้างบรรยากาศการร่วมมือระหว่างผู้บริหารกับคนงาน
ในการทำงานในสังคมหรือองค์กรต่างๆบนโลกจะต้องมีหลักการในการทำงาน ทั้งลูกน้องและเจ้านาย การตั้งหรือมีกฎเกณฑ์ในการทำงานเพื่อให้งานนั้นๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และจะต้องมีการเลือกสรรค์ บุคคลกับงานในหน้าที่ต่างๆให้เหมาะสมกับกายภาพของบุคคลนั้นๆ และสถานที่ทำงานก็ควรมีบรรยากาศที่น่าอยู่สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ Ex. ดิฉันเห็นการบริหารงานในโรงงานนำยางแถวบ้านของดิฉัน เขามีหลักในการบริหารงานในโรงงานทั้งผู้จัดการและคนงานทุกคน โรงงานนี้เลือกสรรค์ผู้ที่จะเข้ามาทำงานโดยเลือกตามความสามารถและประสบการณ์ของบุคคลนั้นๆ มีการจัดระบบการทำงานภายในโรงงาน จนทำให้ประสบผลสำเร็จและเป็นที่ไว้วางใจแก่ลูกค้า และทำให้ดิฉันนึกถึงหลักการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ของ เฟรดเดอริค เทย์เลอร์
ทุกๆองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ จำเป็นจะต้องมีระบบแบบแผนที่แน่นอน
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในหน่วยงานให้ดีขึ้น
( นางสาว อนุสรา ชื่นอารมณ์ เลขที่ 45 ห้อง รปศ.531 )
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

